ปุ๋ยหมัก

การทำปุ๋ยหมักมูลวัว หรือปุ๋ยคอกหมัก

นับจากวันที่ผมเริ่มทำการเกษตรมา สิ่งหนึ่งที่ผมคิดว่าจำเป็นอย่างมากในการทำเกษตร นั่นก็คือ ปุ๋ย แต่สิ่งที่ผมกำลังทำอยู่นี้ ผมให้คำจำกัดความมันว่า ต้องปลอดภัยทั้งผู้ผลิตและจนส่งถึงมือผู้บริโภค ผลผลิตที่เราปลูก เราต้องทานได้เช่นกัน และผมพบกับคำว่า เกษตรอินทรีย์ ซึ่งมันตอบโจทย์ในความหมายในแบบที่ผมต้องการ

       ปุ๋ย คำ ๆ นี้ก็คือ อาหารของพืช ที่เมื่อพืชได้รับไปแล้ว จะทำให้พืชผักผลไม้เจริญงอกงามนั่นเอง การทำเกษตรอินทรีย์ก็ต้องใช้ปุ๋ย ซึ่งปุ๋ยก็มีส่วนสำคัญไม่แพ้สิ่งอื่นเช่นกันครับ ต้องเป็นปุ๋ยที่มาจากธรรมชาติเท่านั้น

ไม่ว่าจะเป็น ปุ๋ยคอก ปุ๋ยขี้ไก่ ปุ๋ยขี้หมู หรือแม้กระทั้งปุ๋ยน้ำที่หมักจากเศษใบไม้ เศษพืชผักผลไม้ และปุ๋ยที่หมักจากเศษปลาหรือหอยเชอรี่ แต่ปุ๋ยที่หาได้ง่ายในชุมชนของเราก็คือ ปุ๋ยคอก(ปุ๋ยขี้วัว) นี่เอง

และหลายคนอาจจะเข้าใจผิดว่า เมื่อได้ปุ๋ยคอกมาแล้ว ก็นำไปใส่พืชเลย ทั้งที่ยังเปียกหรือสดอยู่ ไม่ผิดครับ แต่กว่าที่ปุ๋ยคอกจะย่อยสลายต้องใช้เวลานาน กว่าที่พืชจะสามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้ก็ไม่รู้ว่าต้องใช้เวลากี่วัน

ทั้งนี้ปุ๋ยคอกสด ๆ ที่นำไปใช้โดยที่ยังไม่ผ่านกระบวนการย่อยสลาย มีธาตุอาหารมากก็จริง แต่พืชจะยังไม่สามารถนำไปใช้ได้ เนื่องจากจุลินทรีย์ในดินจะดึงไนโตรเจนจากพืชมาช่วยในการย่อยสลายปุ๋ยคอก จึงทำให้พืชขาดไนโตรเจนในช่วงนั้น จนเป็นสาเหตุให้ใบเหลืองซีดครับ

การทำปุ๋ยคอกหมัก

       เพราะเหตุนี้เอง เราจึงจำเป็นต้องทำปุ๋ยคอกหมัก เพื่อให้ผ่านกระบวนการย่อยสลาย และพืชก็จะสามารถนำสารอาหารในปุ๋ยคอกหมักไปใช้ได้เลย ทราบไหมครับว่า ตอนที่ผมทำปุ๋ยคอกหมักแล้วตักใส่กระสอบทิ้งไว้วันแรก ๆ เป็นยังไง ตัวปุ๋ยคอกหมักเองมันร้อนมากเลยครับ

เนื่องจากตอนนี้เองมันจะเกิดกระบวนการย่อยสลาย และถ้าเราไม่หมักก่อน นี่ก็จะเป็นสิ่งที่พืชจะได้รับ แทนที่จะได้ประโยชน์ อาจจะกลายเป็นโทษแทนก็ได้นะครับ

       ทั้งนี้ลองสังเกตจากที่เราเคยทำมาได้ครับ เรานำปุ๋ยคอกมาใหม่ ๆ อยากให้พืชเจริญเติบโตดี จัดเต็ม ใส่ไม่ยั้ง หวังว่าพืชจะงอกงาม แต่สุดท้ายใบเหลืองเฉยเลย ทั้งที่เราก็เข้าใจว่าเราใส่ปุ๋ยดี ๆ ให้กับพืชแล้ว

เพราะฉะนั้น ก่อนใช้เราจึงควรหมักปุ๋ยคอกหรือนำไปตากให้แห้งก่อน เพื่อที่พืชจะสามารถนำธาตุอาหารที่อยู่ในปุ๋ยคอกหมักไปใช้ได้เลย การปลูกพืชถ้าเราใส่ใจเขา ดูแลเขาดี ๆ เขาก็จะเจริญเติบโตงอกงามมาให้เราได้ชื่นชมครับ ขอเพียงเข้าใจหลักการของธรรมชาติเท่านั้นก็พอ

       การทำปุ่ยคอกหมัก ที่ผมจะมาแนะนำสำหรับวันนี้ ก็เพื่อที่จะให้เราสามารถนำไปใช้กับพืชเกษตรของเรา ถ้าใครมีปุ๋ยคอกมาก ก็สามารถนำไปใช้ได้กับพืชไร่ก็ได้ครับ หรือจะหมักไว้ใช้เองกับพืชผักสวนครัวของเราก็ได้เช่นกัน

และผมก็ได้สรุปออกมาเป็นขั้นตอนเรียบร้อยแล้ว ทำง่าย ประหยัดเวลาของคุณ ไม่ต้องไปลองผิดลองถูกเอง เพราะตอนนี้ผมได้คัดเฉพาะ ลองถูก มาไว้ให้แล้ว ว่าแล้วมาเริ่มกันเลยครับ

ส่วนประกอบของ การทำปุ๋ยคอกหมัก

1.ปุ๋ยคอก          1 ส่วน (1 กระสอบ)

2.แกลบ            1 ส่วน (1 กระสอบ)

3.รำ                1 ส่วน (1 กระสอบ)

4.น้ำ EM ขยาย   1 ลิตร วิธีทำน้ำ EM ขยาย

5.กากน้ำตาล      1 ลิตร

6.น้ำสะอาด       25 ลิตรหรือมากกว่า ซึ่งจะอธิบายในขั้นตอนการทำ


เริ่มกันเลยครับ

ขั้นแรก นำปุ๋ยคอกที่ได้มาตากแดดให้แห้ง
การทำปุ๋ยคอกหมัก
เกลี่ยให้โดนแดดทิ้งไว้ 1-2 แดด ถ้าปุ๋ยคอกที่ได้มาแห้งแล้วก็ไม่ต้องตากนะครับ
การทำปุ๋ยหมักมูลวัว
เมื่อปุ๋ยคอกแห้งแล้ว ก็เตรียมส่วนผสมให้พร้อม ปุ๋ยคอก ,รำ ,ข้าวเปลือก = 1:1:1
การทำปุ๋ยคอกหมัก
เทส่วนผสมทั้งหมดลงพื้น
การทำปุ๋ยหมักมูลวัว
ใช้จอบเกลี่ยคลุกเคล้าให้เข้ากัน ขั้นตอนนี้จะใช้เวลาพอสมควรครับ
การทำปุ๋ยหมักมูลวัว
เมื่อเข้ากันแล้ว จะได้ตามภาพด้านล่าง
การทำปุ๋ยหมักมูลวัว
เติมน้ำ EM ขยาย และกากน้ำตาลที่เตรียมไว้ ผสมน้ำให้เข้ากัน
การทำปุ๋ยหมักมูลวัว
นำไปรดที่กองปุ๋ยคอกที่เตรียมไว้ ถ้าไม่มีบัวรดน้ำใช้ขันตักไปก็ได้ครับ
การทำปุ๋ยหมักมูลวัว
จากนั้นใช้จอบคลุกเคล้าให้เข้ากัน ใช้เวลาพอสมควรครับ ลองใช้มือบีบดู ไม่แห้งหรือไม่เปียกเกินไป
อย่างที่บอกตอนต้น ถ้ายังแห้งอยู่ เพิ่มน้ำอีกได้เลยโดยไม่จำเป็นต้อง 25 ลิตรเป๊ะ แล้วใช้จอบเกลี่ยไปด้วยเรื่อย ๆ
การทำปุ๋ยหมักมูลวัว
เสร็จแล้วตักใส่ไว้ในกระสอบ ตั้งไว้ในที่อากาศถ่ายเทสะดวก ในวันแรกผมปิดปากถุง ปรากฎว่าปุ๋ยคอกร้อนมาก เราจึงจำเป็นต้องเปิดปากกระสอบให้ความร้อนของตัวปุ๋ยระบายออกครับ
การทำปุ๋ยหมักมูลวัว
ผ่านไป 2 วัน เริ่มหายร้อนแล้ว ตัวปุ๋ยเองเริ่มมีการย่อยสลาย สังเกตจากมีฝ้าขาว ๆ อยู่ทั่วไปครับ
การทำปุ่ยคอกหมัก
ผ่านไป 3 วัน บางส่วนเริ่มย่อยสลายแล้ว
การทำปุ๋ยคอกหมัก
ผ่านไป 5 วัน ลองใช้มือขยำดูรู้สึกว่าจะเป็นขุย ๆ แล้วครับ
การทำปุ๋ยคอกหมัก
ผ่านไป 7 วัน จับขึ้นมาขย้ำดู สังเกตดูว่าฝุ่นคลุ้งเลยครับ
PHOTO_20160301_174850
หลังจากนั้นผ่านไปประมาณ 1 อาทิตย์ก็สามารถนำไปใช้กับผลผลิตของเราได้แล้วครับ
ตอนนี้ผมนำกระสอบมาเทนะครับ ที่เป็นก้อนก็ใช้มือขย้ำให้แตก รู้สึกว่าจะแตกง่าย ๆ เลยครับ
PHOTO_20160301_180539
PHOTO_20160301_180526
ตอนนี้ก็สามารถนำไปใส่ผลผลิตของเราได้แล้ว ของผมจะเป็นกล้วยหอมทอง และพืชผักสวนครับ
PHOTO_20160301_180338
PHOTO_20160301_175450
PHOTO_20160301_180928
PHOTO_20160301_181837
ส่วนนี่พืชผัก หรือสตอเบอรี่ก็ใส่ได้ครับ
PHOTO_20160301_175717
PHOTO_20160301_175813
PHOTO_20160301_175825
PHOTO_20160301_175634
PHOTO_20160301_175844

Cr : https://www.organicfarmthailand.com/how-to-make-fermented-manure/

การทำปุ๋ยหมักด้วยพด.1

การทำปุ๋ยหมักโดยใช้พด 1

ช่วงนี้อากาศแห้งแล้ง หมอกควันที่เกิดจากการเผาต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นครัวเรือน รถยนต์  การเผาไหม้ของโรงงานอุตสาหกรรม ทำให้เกิดมลภาวะเพิ่มขึ้น   ถ้าเราต้องการลดมลภาวะก็มีวิธีแก้ไขอยู่หลายวิธี  เช่น นำเศษวัสดุ ใบไหม้มาทำปุ๋ยหมัก การทำปุ๋ยหมักจากเศษวัสดุมีวิธ๊การดังนี้ คือ

  1. นำเศษวัสดุเช่น ใบไม้ เศษฟาง เศษหญ้า  1  ตัน

2.    ปู๋ยคอก มูลสัตว์ต่างๆ

  1. เชื้อพด1 1 ซอง  โดยเอาเชื้อละลายน้ำทิ้งไว้ประมาณ  15 นาทีเพื่อให้เชื้อมีชีวิต
  2. นำเศษพืชมากองรวมกัน 1 ชั้น  ชั้นที่ 2 ปุ๋ยคอก เรียงสลับกันไปเช่นนี้เรื่อย แต่ไม่ควรกองเกิน  1.5 เมตร และต้องรดน้ำให้ชุ่มทุกชั้น
  3. รดเชื้อพด 1 ที่ละลายน้ำไว้แล้วให้ทั่วทุกชั้น
  4. หมั่นกลับกองและรดน้ำเพื่อลดความร้อนและเพิ่มประสิทธิภาพของเชื้อ
  5. ประมาณ  2 เดือนปุ๋ยคอกจะสลายไปสามารถนำไปใช้ได้

งานวิจัย  การผลิตปุ๋ยอินทรีย์แบบไม่พลิกกลับกอง วิธีวิศวกรรมแม่โจ้ 1

โดย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ธีรพงษ์  สว่างปัญญางกูร  คณะวิศวกรรมและอุตสาหกรรมเกษตร มหาวิทยาลัยแม่โจ้

วิธการผลิตปุ๋ยอินทรีย์และการนำไปใช้ประโยชน์

การผลิตปุ๋ยอินทรีย์ด้วยวิธี วิศวกรรมแม่โจ้ 1  โดยมีวัตถุดิบมีเพียงเศษพืชและมูลสัตว์เท่านั้น  วิธีการ คือ

1. มูลสัตว์  1 ส่วน โดยปริมาตร มาคลุกผสมรดน้ำให้ชุ่มและมูลสัตว์คลุกให้เข้ากัน แล้วขึ้นกองเป็นรูปสามเหลี่ยมที่มีความสูงไม่ต่ำกว่า  1.50 เมตร  ส่วนความยาวของกองจะยาวเท่าไรก็ได้ขึ้นอยู่กับปริมาณเศษพืชและมูลสัตว์ ที่มีการคลุกเคล้าเศษพืชและมูลสัตว์ให้ทั่วถึงนั้นก็เพื่อให้         จุลินทรีย์ที่มีอยู่ในมูลสัตว์ได้ใช้ทั้งธาตุคาร์บอน(อยู่ในเศษพืช)และธาตุไนโตรเจนที่มีในมูลสัตว์ ในการเจริญเติบโตและสร้างเซลล์ทำให้การย่อยสลายเซลล์รวดเร็วขึ้น

2. กองปุ๋ยที่สูง 1.5 เมตร จะทำให้สามารถกักเก็บความร้อนที่เกิดปฎิกิริยาการย่อยสลายของจุลินทรีย์ไว้ได้ในกองปุ๋ยความร้อนนี้จะเหมาะสำหรับจุลินทรีย์ชนิดที่ชอบความร้อนสูง ที่มีในมูลสัตว์แล้ว เมื่อความร้อนลอยตัวสูงขึ้นจะทำให้อากาศภายนอกที่เย็นกว่าไหลเข้าสู่กองปุ๋ยอากาศที่ไหลเวียนเข้ากองปุ๋ยนี้จะช่วยทำให้เกิดสภาวะการย่อยของจุลินทรีย์แบบใช้อากาศ ทำให้ไม่มีกลิ่นหรือน้ำเสีย และต้องรักษาความชื้นภายในกองปุ๋ยให้มีความเหมาะสมอยู่เสมอตลอดเวลา โดยรดน้ำภายนอกกองปุ๋ยทุกเช้า  และใช้ไม่แทงกองปุ๋ยให้เป็นรูลึกถึงข้างล่างแล้วกรอกน้ำลงไป ระยะห่างรูประมาณ 40 เซนติเมตร โดยทำห่างกัน 10 วัน เมื่อเติมน้ำแล้วปิดรูเพื่อไม่ให้ความร้อนสูญเสียไป หลังจากครบ 60 วันแล้ว ปุ๋ยจะเหลือสูงเพียง  1 เมตร หลังจากนั้นกองทิ้งไว้เฉยๆ หรือเกลี่ยผึ่งแดดให้แห้งอีกประมาณ 7 วัน เพื่อให้จุลินทรีย์สงบตัวเมื่อแห้งดีแล้วก็สามารถนำไปใช้ได้